จังหวัดสตูล

จังหวัดสตูล
...ตราประจำจังหวัด...
รูปพระสมุทรเทวาประทับนั่งบนแท่นหิน เบื้องหลังเป็นพระอาทิตย์อัสดง

...คำขวัญประจำจังหวัด...
สตูล สงบ สะอาด ธรรมชาติบริสุทธิ์
...ต้นไม้ประจำจังหวัด...
ต้นหมากพลูตั๊กแตน
...ดอกไม้ประจำจังหวัด...
ดอกกาหลง
                                                                                                                                                                            
...ประวัติจังหวัด...
        ในยุครัตน โกสินทร์ตอนต้น สตูลเป็นเพียงตำบลหนึ่งในเขตเมืองไทรบุรี ประวัติความเป็นมาของเมืองสตูลจึงเกี่ยวข้องกับไทรบุรี ดังปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศ หล้านภาลัยว่า "ตามเนื้อความที่ปรากฏดังกล่าวมาแล้ว ทำให้เห็นว่าในเวลานั้น พวกเมืองไทรเห็นจะแยกกันเป็นสองพวกคือ พวกเจ้าพระยาไทรปะแงรันพวกหนึ่ง และพระยาอภัยนุราชคงจะนบน้อมฝากตัวกับเมืองนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะเมื่อพระยาอภัยนุราชได้มาเป็นผู้ว่าราชการเมืองสตูล ซึ่งเขตแดนติดต่อกับนครศรีธรรมราชมากกว่าเมืองไทร แต่พระยาอภัยนุราชว่าราชการเมืองสตูลได้สองปีก็ถึงแก่อนิจกรรม ผู้ใดจะได้ว่าราชการเมืองสตูลต่อมาในชั้นนั้นหาพบจดหมายเหตุไม่ แต่พิเคราะห์ความตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง เข้าใจว่าเชื้อพระวงศ์ของพระอภัยนุราช (ปัศนู) คงจะได้ว่าราชการเมืองสตูล และฟังบังคับบัญชาสนิทสนมกับเมืองนครศรีธรรมราชอย่างครั้งพระยาอภัยนุราช หรือยิ่งกว่านั้น"
           เรื่องเกี่ยวกับเมืองสตูลนั้นยังปรากฏในหนังสือพงศาวดารเมืองสงขลา แต่ข้อความที่ปรากฏบางตอนเกี่ยวกับชื่อผู้ว่าราชการเมืองสตูล ไม่ตรงกับในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว    ประวัติเกี่ยวกับเมืองสตูลในการจัดรูปแบบการปกครองเมืองตามระบอบมณฑล เทศาภิบาลกล่าวไว้ว่า ในปี พ.ศ. 2440  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาไทรบุรีรามภักดี เจ้าพระยาไทรบุรี (อับดุลฮามิต) เป็นข้าราชการเทศาภิบาลมณฑลไทรบุรี โดยเมืองสตูลได้แยกออกจากไทรบุรีอย่างเด็ดขาดตามหนังสือสัญญาไทยกับอังกฤษ เรื่องการปักปันดินแดนนะหว่างไทยกับสหพันธรัฐมลายู ซึ่งลงนามกันที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ร.ศ. 127 (พ.ศ. 2452) จากหนังสือสัญญานี้ยังส่งผลให้เมืองไทรบุรีและเมืองปะลิสตกเป็นของอังกฤษ   ส่วนเมืองสตูลยังคงเป็นของไทยมาจนถึงปัจจุบัน
           เมื่อปักปันดินแดนเสร็จแล้ว ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เมืองสตูลเป็นเมืองจัตวารวมอยู่ในมณฑลภูเก็ต เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ร.ศ. 128 (พ.ศ. 2453)
          ในปี พ.ศ. 2475 ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย เมืองสตูลก็มีฐานะยกเป็นจังหวัดหนึ่งในราชอาณาจักรไทยสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน นี้                                                                                                                                                                                                    
...เขตการปกครอง...
          แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ 36 ตำบล 257 หมู่บ้าน
                    1. อำเภอเมืองสตูล
                    2. อำเภอควนโดน
                    3. อำเภอควนกาหลง
                    4. อำเภอท่าแพ
                    5. อำเภอละงู
                    6. อำเภอทุ่งหว้า
                    7. อำเภอมะนัง
...ลักษณะภูมิประเทศ...
          พื้นที่จังหวัดสตูลทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกเป็นเนินเขาและ ภูเขาสลับซับซ้อน โดยมีทิวเขาที่สำคัญแบ่งเขตประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย คือ ทิวเขาบรรทัดและทิวเขาสันกาลาคีรี พื้นที่ของจังหวัดค่อย ๆ ลาดเอียงลงสู่ทะเลด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ โดยยังมีภูเขาน้อยใหญ่อยู่กระจัดกระจายในตอนล่าง ภูเขาที่สำคัญ ได้แก่  เขาจีน เขาบารัง เขาใหญ่ เขาทะนาน และเขาพญาวัง และมีที่ราบแคบ ๆ ขนานไปกับชายฝั่งทะเล   ถัดจากที่ราบลงไปเป็นพื้นที่ป่าชายเลนน้ำเค็มขึ้นถึง อุดมไปด้วยป่าแสมและป่าโกงกาง สตูลเป็นจังหวัดที่ไม่มีแม่น้ำไหลผ่าน คงมีแต่ลำน้ำสั้น ๆ ต้นน้ำเกิดจากภูเขาทางทิศเหนือและทิศตะวันออกของจังหวัด
...อาณาเขต...
         ทิศเหนือ          ติดต่อกับ  จังหวัดตรัง และพัทลุง
         ทิศใต้              ติดต่อกับ  ประเทศมาเลเซียและมาหาสมุทรอินเดีย
         ทิศตะวันออก  ติดต่อกับ  จังหวัดสงขลา
         ทิศตะวันตก     ติดต่อกับ  มหาสมุทรอินเดีย                                                                                                                                                                               ...ประเพณีและวัฒนธรรม...

งานมหกรรมเทศกาลโรตีของดีเมืองสตูล
 
         เป็นการแสดงและจำหน่ายโรตีของจังหวัดสตูล ที่มีหลากหลายประเภท จัดข้นในเดือนมกราคมของทุกปี




งานแข่งขันว่าวประเพณีจังหวัดสตูล
          จัดขึ้นเป็นประจำ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ณ บริเวณสนามบิน สตูล


งานวันเมาลิดกลางจังหวัดสตูล
            เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงหลักธรรมคำสอน และผลงานของท่านนบีมูฮัมมัด เพื่อเป็นการส่งเสริมสถาบันศาสนาอิสลามและเพื่อผนึกกำลังของพี่น้อง
มุสลิม ในการร่วมกันแก้ปัญหาที่สำคัญของจังหวัด จัดเดือนพฤษภาคมของทุกปี

งานประเพณีลอยเรือของชาวเลเกาะหลีเป๊ะ
           ซึ่งทำกันปีละ 2 ครั้ง คือ ในเดือนพฤษภาคมและเดือนพฤศจิกายน เพื่อลอยบาปและเป็นการเสี่ยงทายในการประกอบอาชีพ
                                                                                                                                            กลับสู่ด้านบน
...สถานที่ท่องเที่ยว...
เกาะตะรุเตา

         ดินแดนอันไกลโพ้นเกือบสุดเขตแดนไทยติดต่อกับมาเลเซียในทะเล
อันดามัน ซึ่งครั้งหนึ่งถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ถึงความน่าหวาดกลัว ความเจ็บปวด ความโหดร้ายและความตาย แต่เมื่อเงามืดที่เคยทาบทับ เหนือดินแดนแห่งนี้สลายไปอัญมณีแห่งธรรมชาติเม็ดนี้จึงเปล่งประกายอวด ชาวโลกจนเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว เป็นที่ใฝ่ฝันของนักท่องเที่ยวเป็นจุดหมาย ที่นักเดินทางตั้งใจจะไปให้ถึง เพราะตะรุเตาคือศูนย์รวมของความงาม ที่ ธรรมชาติสร้างสรรค์ ทั้งบนเกาะและใต้น้ำ

 
เกาะอาดังและเกาะราวี

          เกาะ อาดังและเกาะราวี มีขนาดและที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกันจนเมื่อพูดถึง ก็เรียกชื่อคู่กันไปเสมือนเป็นเกาะฝาแฝด เป็นที่ที่อุดมไปด้วยทรัพยากรการ ท่องเที่ยวเพียบพร้อมมากน้ำทะเลใสทำให้สามารถชื่นชมโลกใต้ทะเลได้เต็ม ที่ปะการังสวยเต็มไปด้วยฝูงปลาน้อยใหญ่ หาดทรายขาวมากเหนือหาดเป็น ทิวสนทะเลต่อกับผืนป่าเขียวขจีไปจนถึงยอดเกาะซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของนก นานาชนิดมีน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดปีมีจุดชมวิวที่เห็นทิวทัศน์ท้องทะเลเห็น
เกาะแก่งต่างๆ ไกลจนถึงเขตแดนมาเลเซียและยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากอีกด้วย

เกาะไข่

        เกาะ ไข่ อยู่ห่างจากเกาะตะรุเตาไป ประมาณ ๒๕ กิโลเมตร ทุกปีจะมีเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่เป็นจำนวนมาก ทางด้านตะวันตกของเกาะมีหาดทรายสีขาวนวล และละเอียด น้ำทะเลใสเห็นผืนทรายใต้น้ำได้ชัดเจน

เกาะหินงาม

        เกาะ หินงาม เกาะขนาดเล็กทางทิศใต้ของเกาะอาดัง ทั้งเกาะเต็มไปด้วยหินสีดำ กลมเกลี้ยง มันวาว เล่ากันว่าหินทุกก้อนมีคำสาปของเจ้าพ่อตะรุเตา หากใครนำติดตัวไปจะเกิดแต่หายนะ แต่หากไปชมแล้วเรียงก้อนหินได้ 12 ชั้น แล้วอธิษฐานขอพรก็จะได้สมปรารถนาทุกสิ่งทุกอย่าง

เกาะหลีเป๊ะ

         เกาะ หลีเป๊ะ อยู่ทางตอนใต้ของเกาะอาดัง มีชุมชนชาวเลอาศัยอยู่ ส่วนใหญ่ทำอาชีพประมง รอบเกาะเต็มไปด้วยป่าปะการังอันสมบูรณ์ มีเวิ้งอ่าวสวยงาม หาดทรายขาวละเอียด อ่าวที่สวยงามที่สุดคือ อ่าวพัทยา บนเกาะมีที่พักเพื่อบริการนักท่องเที่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังเกาะ

อ่าวตะโละวาว

          อ่าวตะโละวาว อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะ เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ตต.1 (ตะโละวาว) จำลองอาคารที่เคยเป็นบ้านพักของผู้คุมเรือนนอนนักโทษ โรงฝึกอาชีพ ทางทิศใต้ของเกาะคือ อ่าวตะโละอุดัง ที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ตต.2 (ตะโละอุดัง) เคยเป็นที่กักขังนักโทษจากเหตุการณ์กบฏบวรเดช และ กบฏนายสิบ

อ่าวพันเตมะละกา

        อ่าว พันเตมะละกา ที่ตั้งที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตา และศูนย์ บริการนักท่องเที่ยว จัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์ตะรุเตา และจากจุด นี้สามารถเดินไปยังผาโต๊ะบู หน้าผาสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 60 ม. เพื่อชมความงดงามของคลองพันเตมะละกา เกาะไข่ และอุทยานแห่งชาติ เภตรา ออกจากที่ทำการอุทยานฯ ไปอีก 8 กม. จะถึงอ่าวสน มีหาดทราย ที่โค้งสลับกับหาดหินและเป็นที่วางไข่ของเต่าทะเล

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น